ผมว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับก็อตซิลล่าดีนะ ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็กๆเราคงคุ้นเคยกับหนังญี่ปุ่นที่จะมีคนใส่ชุดสัตว์ประหลาดกันเป็นอย่างดี บางทีมันก็สู้กับอุลตราแมนบ้าง ขบวนการห้าสีบ้าง บางทีก็สัตว์ประหลาดด้วยกันเองบ้าง มีวางขายเกลือนกลาดตามแผงซีดี แต่ผมว่าก็คงมีก็อตซิลล่าเนี่ยแหละที่จะติดอยู่ในหัวของเรา (รองลงมาก็น่าจะโกเมร่านะผมว่า ที่ดังคู่ๆกันมา) ผมเองก็ไม่เชิงว่าจะโตมากับก็อตซิลล่าหรอกครับ ก็อตซิลล่าที่ผมคุ้นเคยคงเป็น “ซิลล่า” ของโรแลนด์ เอ็มเมอริซที่โดนคำด่าเสียยับเยิน ตอนนั้นผมเป็นเด็ก ผมไม่สนหรอกครับ ผมชอบที่จะดูสัตว์ประหลาดสักตัวที่คล้ายๆไดโนเสาร์บุกเมือง(ช่วงนั้นผมชอบจูราสสิค ปาร์ค) แต่ผมเคยดูก็อตซิลล่าของญี่ปุ่นอยู่นะ แต่จะเป็นประมาณก็อตซิลล่าตีกับตัวนั้นตัวนี้ไป ถึงจะเด็กผมก็รู้ครับว่าอีกัวน่าโดนกัมมันตภาพรังสีที่อยู่ดีๆดันเกิดการขยายร่างกายได้ใหญ่โตที่เห็นอยู่นี่มันไม่ใช่ก็อตซิลล่าที่ผมเคยดู มันต้องตัวอ้วนกว่านี่สิ แต่ของโรแลนด์นี่ผอมมาเชียว ไปทำไรมา เข้าฟิตเนสป่ะ 5555

โดยก็อตซิลล่าเวอร์ชั่นนี้ใช้เวลาเตรียมการที่ค่อนข้างยาวนานเลยครับ ใช้เวลาถึงหกปีเพื่อนำเอาราชันย์แห่งหมู่มวลสัตว์ประหลาดออกมาโลดแล่นบนจอหนังใหญ่อีกครั้ง บทของหนังมีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามาปรับเข้ามาแก้มากมายไม่ต่ำกว่าหกชีวิต การออกแบบตัวก็อตซิลล่ามากกว่าหลายร้อยแบบจนกว่าโตโฮจะพอใจ เพราะหลังจากครั้งนั้นที่โตโฮ(บริษัทผู้ให้กำเนิดก็อตซิลล่าตัวแรกในปี 1954) ปล่อยให้ฮอลลีวู้ดปู้ยี่ปู้ยำลูกรักของพวกเขาจนไม่เหลือเงาของราชันย์แห่งหมู่มวลสัตว์ประหลาด ผมก็ไม่รู้สึกว่าผมจะได้ดูก็อตซิลล่าออกมาถล่มเมืองอีกแล้ว แต่แล้วอยู่ดีๆวันหนึ่งตอนบ่ายของงาน Comic-Con ปี 2012 ก็มีเสียงคำรามที่ทุกคนคุ้นเคยดังกึกก้องขึ้นมา ภายใต้การดูแลของบริษัทวอร์เนอร์ บราเทอร์และเลเจนดารี่ วันนั้นเป็นวันที่ทั้งสองค่ายประกาศอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาจะทำการรีบู๊ต ก็อตซิลล่าอีกครั้ง การประกาศครั้งนี้สร้างกระแสที่เรียกได้ว่ารุนแรงพอสมควรออกมา ผมว่าทุกคนยังคงติดภาพของอีกัวน่ากลายพันธุ์นั้นอยู่ แต่เมื่อเห็นภาพจากตัวอย่างที่เหห็นเพียงเงาและแผ่นหลังลางๆของก็อตซิลล่าแล้ว หลายๆคนถึงกับพูดเลยว่า ก็อตซิลล่ากลับมาจริงๆแล้ว

                โดยหลังจากวันนั้นเป็นต้นมาข้อมูลส่วนใหญ่ของหนังก็ถูกเก็บเป็นความลับ อันที่จริงนอกจากชื่อผู้กำกับอย่างการ์เร็ต เอ็ดเวิร์ดที่เคยทำหนังสัตว์ประหลาดอินดี้ขวัญใจนักวิจารณ์อย่าง Monsters ที่เจ้าตัวทำเองแทบจะทุกอย่างยกเว้นแสดงเอง รวมไปถึงนักแสดงอย่างแอรอน จอนห์สัน(Kick – Ass)และนักแสดงคนอื่นๆแล้ว เนื้อหาของหนังก็เรียกว่าไม่ได้รับการเปิดเผยมาแม้แต่น้อย มีเพียงตัวอย่างสั้นเวลาเพียงนาทีเศษๆที่ทำเอาแฟนคลับหนังและคนทั่วๆไปพากันคาดเดาเนื้อเรื่องกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ว่าการกลับมาในครั้งนี้ของก็อตซิลล่าจะกลับมาแบบไหน จะเป็นเพียงแค่สัตว์ประหลาดออกมาอาละวาดหรือมีอะไรมากกว่านั้น

                วันเวลาล่วงเลยไป คลิปต่างๆเริ่มถูกปล่อยมา คลิปแอบถ่ายเริ่มได้รับการเผยแพ่ร(และถูกลบในภายหลัง)ออกมา ภาพใหม่ๆเริ่มเผยให้เห็น’บางสิ่ง’ที่หลายๆคนคิดกันว่ามันจะต้องเป็นสัตว์ประหลาดตัวอื่นแน่ๆ นั่นยิ่งทำให้หลายๆคนมั่นใจว่า ก็อตซิลล่าเวอร์ชั่นนี้จะต้องดึงเอาสิ่งที่โตโฮเคยทำเอาไว้มาปัดฝุ่นใหม่และทำให้มันดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างแน่นอน แต่สิ่งเหล่านั้นจะได้รับการพิสูจน์เมื่อวันที่หนังได้เข้าฉายอย่างเป็นทางการ

และแล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง

                เหตุการณ์เริ่มขึ้นในปี 1999 เมื่อโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเกิดพังพินาศลง โดยทางการกล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นแผ่นดินไหว แต่พ่อของฟอร์ด(แอรอน จอนห์สัน) คือโจ (ไบรอัน แครนสตัน) ไม่เชื่อเช่นนั้น เขาเชื่อว่าเหตุการณ์ที่ได้ดร่าชีวิตภรรยาของเขามันจะต้องมีเบื้องหลังอะไรบางอย่างอยู่ ในขณะที่ฟอร์ดเติบโตขึ้นได้เป็นนายทหาร มีภรรยา(อลิซาเบท โอลเซ่น)และลูกแล้ว พ่อของเขายังคงจมอยู่เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ เขาพยายามค้าหาสาเหตุจนทำให้เขาต้องเดือดร้อน ทำให้เขาต้องกลับมาพบลูกชายของเขาในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง โจต้องการที่จะกลับไปเอาไฟล์ข้อมูลของเขาเพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีของเขานั้นถูกต้อง ฟอร์ดยอมตกลงที่จะช่วยแต่พวกเขาดันถูกจับได้เสียก่อน กลุ่มคนที่จับตัวพวกเขาไปพาพวกเขาไปยังสถานที่ที่รัฐบาลพยายามกักเก็บเอาไว้ ที่แห่งนั้นพวกเขากำลังทดลองกับอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งพวกเขาได้รับการอธิบายว่าสิ่งเหล่านี้มันดูดกลืนกัมมันตภาพรังสีเป็นอาหาร มันจึงเข้ามาหาแหล่งกัมมันตภาพรังสีที่ใกล้ตัวมันที่สุด แต่แล้วเมื่อพวกเขาไม่สามารถควบคุมสิ่งนั้นได้ สัตว์ประหลาดตัวนั้นที่มีหน้าตาคล้ายกับแมลงผสมกับค้างคาวก็ได้หลุดออกมา เมื่อมนุษย์ที่ตั้งใจจะควบคุมธรรมชาติของโลกใบนี้ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ธรรมชาติจึงได้ส่งราชันย์แห่งเหล่ามวลสัตว์ประหลาดมปรับสมดุลให้โลกอีกครั้ง

                นั้นคือพล็อตคร่าวๆที่ผมเข้าใจ เพราะว่ามันก็คงไม่มีอะไรเยอะไปกว่านั้น อันที่จริงมันก็มีพล็อตรองอย่างการที่ฟอร์ดต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อกลับไปช่วยลูกเมียของเขา  ซึ่งมันก็ได้มาออกมาดราม่าหนักหนาแบบ The Impossible หรอกครับ มันก็มีแต่พอดีนั่นแหละ เพราะยังไงสิ่งที่เราใส่ใจที่สุดก็คือสัตว์ประหลาด ไม่ใช่คน ผมเองก็ไม่ได้หวังว่าผมจะได้เห็นก็อตซิลล่าแบบติดกันเป็นชั่วโมงหรอกครับ ผมรู้ตัวตั้งแต่ผมเห็นชื่อผู้กำกับแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นเกินคาดนะครับ ก็อตซิลล่าออกน้อยกว่าสัตว์ประหลาดที่สู้ด้วยเสียอีก แต่สิ่งที่การ์เร็ดทำกับก็อตซิลล่าคือการที่ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวมันเต็มไปด้วยพลังมากๆ เขาดูน่าเกรงขาม เขาดูมีความเป็นราชันย์ มาน้อยแต่ต่อยหนักแบบสุดๆ ผมรู้สึกว่าการ์เร็ตยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้ได้อยู่ รู้สึกว่าสตูดิโอให้โอกาสการ์เร็ตทำงานแบบเต็มที่จริงๆ

                ความสามารถของการ์เร็ตนั้นถูกแสดงออกมาอย่างมากมายในหนังเลยครับ ทั้งการถ่ายภาพที่ค่อยๆสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนดู ความน่าสงสัย การเล่นกับจินตนาการของคนดู มันสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูได้ดีจริงๆ อีกทั้งเพลงประกอบที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับคนดูนั้นทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และอลังการมากๆ นั่นยิ่งทำให้การปรากฏตัวของก็อตซิลล่ามันช่างน่าจดจำจริงๆ

                ถึงแม้ว่าการปรากฎตัวทุกครั้งของก็อตซิลล่ามันจะน่าจดจำแต่ผมเข้าใจว่าหลายๆคนคงอดคิดไม่ได้ว่าทำไมก็อตซิลล่าถึงออกน้อยกว่าสัตว์ประหลาดคู่ปรับของเขาเสียอีก ขนาดผมเองที่ทำใจมาแต่แรกยังแอบสงสัยเลยว่าทำไมมาน้อยจัง(วะ) ตรงนี้ตัวผู้กำกับได้ออกมาพูดครับว่า “การที่เราได้เห็นการมาของก็อตซิลล่าน้อยๆนั้น มันสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้เราได้มากกว่าการที่เราจะได้เห็นเข้าออกมาเดินเป็นชั่วโมง การออกมาของเขาแต่ล่ะครั้งมันจะได้ดูยิ่งใหญ่ น่าหวาดผวามากกว่า” ผมก็ค่อนข้างเห็นด้วยนะ อย่างเช่นถ้าเป็นหนังผี เราเห็นผีตัวเดิมเที่ยวหลอกผู้คนตลอดเรื่องโดยที่ผีตัวนี้ไม่เคยหายไปจากจอเลยผมว่ามันก็คงไม่สนุกเท่าไร ใช่มั้ยล่ะ แต่มองในแง่ดีเราก็ยังได้เห็นความสามารถต่างๆของก็อตซิลล่าแบบน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น ผมรู้สึกว่าก็อตซิลล่าเขาน่ารักนะ 555 ผมว่าก็อตซิลล่าเวอร์ชั่นนี้เขาไม่ได้มาในรูปแบบของสิ่งมีชีวิตจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ผมมองเขาเป็นหมีตัวหนึ่ง โดยเฉพาะช็อตกระโดดเอามือปัดตึกนี่ตราตรึงในใจผมมากๆเลย น่ารักมาก โมเอ้สุดๆ 555

                พูดถึงก็อตซิลล่าแล้ว เรามาพูดถึงคนธรรมดาๆที่ต้องผจญกับก็อตซิลล่าบ้างดีกว่า เริ่มที่แอรอนห์ จอนห์สันที่รับบทเป็นทั้ง ทหาร สามี พ่อคนและลูก ผมว่าเขาก็ทำหน้าที่ออกมาได้ดีนะ เขาดูเป็นทหารจริงๆ หลายๆฉากแอรอนห์แสดงออกมาได้อย่างหน้าเชื่อถือดี ส่วนการเป็นลูกที่มีปัญหากับพ่อ ผมว่ามันก็ออกมาโอเคนะ แต่มันยังไม่พีคเท่าไร บทสามีกับพ่อก็เรื่อยๆครับ ไม่ได้แย่ แต่หนังมัให้เราดูฉากครอบครัวนี้น้อยไปหน่อย เพราะฉากครอบครัวนี้ไม่ได้มีอะไรมากการแสดงของอลิซาเบธ โอลเซ่นมันเลยยังดูธรรมดาๆอยู่ เธอดูเป็นภรรยาและแม่ที่เป็นห่วงสามีและลูกจริงๆครับ แต่ผมรู้สึกว่ามันยังธรรมดาอยู่ ส่วนลุงเคน วาตานาเบ้แกก็เล่นบทนักวิทยาศาสตร์ออกมาได้ดีครับ ดูน่าเชื่อถือดี แต่บทของแกจะนิ่งๆมันเลยดูไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไร ผมว่าคนที่เล่นแล้วพีคจริงๆต้องเป็นไบรอัน แคลนตันในบทโจ โบรดี้กับจูเลียต มินอคในบทแซนดร้า โบรดี้ โอโห้ ทั้งคู่อาจจะไม่ได้อยู่ตลอดทั้งเรื่อง แต่ซีนอารมณ์มาปั๊บทั้งสองคนกินขาดเลยครับ ยิ่งช็อตที่อยู่ด้วยกันผมขนลุกซู่เลย น้ำเสียง แววตา ท่าทาง ทั้งสองคนใส่กันมาเต็มๆ โดยเฉพาะไบรอัน แคลนตันที่มีฉากระเบิดอารมรณ์ก็เล่นกลบเอาทุกคนในฉากเดียวกันตายสนิทเลยครับ นอกจากจะตื่นเต้นกับการเห็นก็อตซิลล่าแล้ว เรายังได้ขนลุกกับพลังการแสดงอีกด้วย  

                ผมว่าการ์เร็ตสามารถคืนชีพให้ราชันย์แห่งสัตว์ประหลาดได้อย่างสมศักดิ์ศรีเลยนะครับ ถึงการกลับมาของเขาคราวนี้จะตุ้ยนุ้ยน่ารักเหมือนพี่หมีไปหน่อยก็ตาม 555 แต่เขายังคงมีความน่าเกรงขามอยู่ อันที่จริงแล้วตอนผมดูหนังจบใหม่ๆ ผมยังอึนๆอยู่ ผมเลยยังไม่มีความรู้สึกต่อหนังมากเท่าไร แต่พอผมใช้เวลานั่งคิดทบทวนสิ่งที่เพิ่งดูมา ผมก็รู้สึกว่า “เฮ้ย ก็อตซิลล่าตัวนี้แม่งโคตรใช่เลยว่ะ” โดยรวมๆ ผมชอบครับ ทั้งการแสดง งานภาพ แต่ผมมีความรู้สึกว่างานบทยังต้องพัฒนาอีกหน่อย แต่ผมก็สามารถมองข้ามจุดบกพร่องเล็กๆพวกนั้นไปได้ครับ เพราะฉากสู้กันตอนท้ายมันฟินสุดๆไปเลย

Comment

Comment:

Tweet