[Fiction] Lose สูญเสีย

posted on 16 Apr 2014 23:26 by hidaeooe in Fiction directory Fiction, Entertainment
 

“เคยคิดถึงวันเวลาดีๆที่มันอยู่ในความทรงจำเรามั้ย”

            เขานั่งคิดกับตัวเองแบบนี้ทุกวันเมื่อนาฬิการ่วงเลยมาจนดึกดื่นพร้อมๆกับเพลงช้าๆเนื้อหาเศร้าๆที่เขามักจะเปิดคลอให้เข้ากับความคิดของเขา แสงไฟจากหลอดนีออนสีขาวส่องสว่างไปทั่วห้องนอนแคบๆของเขาที่มีเพียงเตียง ทีวี ตู้เย็นและโต๊ะทำงาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักจากร้านเหล้าทั้งหลายภายนอก เขาเลือกที่จะขังตัวเองอยู่ในห้อง หลายครั้งที่เขาเลือกจะออกไปพบเจอกับแสงสีเหล่านั้นเพื่อทำให้สิ่งที่อยู่ในจิตใจของเขามันหายไป

มันหายไปจริงๆ แต่ก็หายไปได้ไม่นานมันก็กลับมาอีก

            ต่อให้เขาเมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์แค่ไหนเขาก็ยังคงนึกถึงวันเวลาเก่าๆอยู่ดี เสียงเพลงดังทะลุกระจกเข้ามา ราวกับจะเชิญชวนให้เขาออกไปร่วมเต้นรำกับมัน แต่หากเขาไปความทรงจำของเขาเกี่ยวกับสถานที่นั้นก็จะถูกปลุกขึ้นมาอีก มันเป็นที่ที่เขามีเคยความสุขแบบสุดๆ และเคยมีเศร้าแบบสุดๆเช่นกัน เขาเคยคิดว่าเขาจะพยายามสร้างความทรงจำดีๆขึ้นมาใหม่ แต่บางครั้ง มันก็เกิดผิดพลาดและสิ่งเหล่านั้นก็ไปรวมอยู่กลับความทรงจำอันเลวร้ายอื่นๆที่นับวันมันเริ่มจะเยอะกว่าทรงจำดีๆที่เขามีเสียอีก

“เรามันโง่เอง พลาดเอง ถ้าตอนนั้นเราไม่ทำแบบนั้น เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้”

เขาพึมพำกับตัวเอง

เขาเดินตรงไปที่ตู้เย็นและหยิบน้ำเปล่าที่เขาแช่เย็นเอาไว้ขึ้นมาดื่ม จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน ตาเขามองขึ้นไปบนเพดานในขณะที่ในหัวของเขาไม่ยอมหยุดนิ่งเหมือนกับร่างกายของเขา

“ถ้าตอนนั้นไม่ทำแบบนั้น…….”

“ตอนนั้นดีจริงๆที่ตัดสินใจทำแบบนั้นไป”

“ตอนนั้นดีจังนะ…….”

“ตอนนี้เราจะเป็นยังไงนะ ถ้าเราทำแบบนั้น มันอาจจะดี….. กว่านี้ ก็ได้มั้ง”

เขาพูดพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพลงที่เปิดเอาไว้หยุดลงแล้ว เขาเลือกเพลงใหม่ ดนตรีที่คุ้นเคยดังขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงนักร้องที่ขับร้องเอาเนื้อเพลงที่มันช่างตรงกับชีวิตเขาเหลือเกิน

“จากวันนั้น ฉันไม่รู้ว่านานเท่าไร…….. ที่เรา……”

เสียงเพลงดังไปทั่วทั้งห้อง เขาทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง พลางนึกถึงช่วงเวลาดีๆที่เขามีกับคนคนหนึ่ง คนคนหนึ่งที่เขารู้สึกรักจนสุดหัวใจ คนคนหนึ่งที่เขาอยากรักษาเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าเขาได้ทำโอกาสนั้นมันหลุดลอยไปนานแสนนานเสียแล้ว ที่เขาทำได้ในตอนนี้คือคิดถึงเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นกับเขาและคนคนนั้น

“ถ้าเราได้ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง คงจะดีไม่น้อย”

เขาพูดกับตัวเอง ในหัวของเขาคิดภาพตัวเองเทียบกับมิวสิควีดีโอของเพลงที่เขากำลังฟังอยู่ ตลกดีเหมือนกัน ที่มันไม่ได้คล้ายกันมาก แต่เขาก็รู้สึกไม่ต่างอะไรกับตัวละครที่อยู่ในวีดีโอนั้น สิ่งที่เหมือนกันก็คือ เขาเคยมีความทรงจำดีๆร่วมกับคนคนหนึ่งเหมืองกัน มันน่าเสียดายที่เรื่องดีๆที่เคยเกิดขึ้นกับเขามันอาจจะไม่เกิดขึ้นกับเขาในรูปแบบนั้นอีกแล้ว ความทรงจำที่เขาเคยมีความสุขมันถูกพรากไปด้วยความเป็นจริงที่แสนโหดร้ายของปัจจุบัน ความจริงที่ว่าเรื่องราวดีเหล่านั้นมันคงจะไม่เกิดขึ้นกับเขาอีกแล้ว

เวลาผ่านไป โลกหมุนไป ทุกอย่างก้าวไปข้างหน้า ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตาม แต่บางครั้งเขาก็คิดว่าเรื่องบางเรื่องให้มันหยุดอยู่กับที่คงดีกว่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินหน้า โลกยังคงหมุนต่อไป จริงอยู่ ที่โลกหมุนเป็นวงกลม เช้าแล้วก็มืด เช้าแล้วก็มืด วันที่ วันต่างๆวนกลับมา แต่มันก็ก้าวต่อไปข้างหน้า เราหมุนกลับมาเจอเรื่องราวเดิมๆไม่ได้อีกแล้ว เขาตระหนักถึงความเป็นจริงข้อนี้ดี หากทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ เขาก็ได้แต่หวังว่าอนาคตข้างหน้าอะไรต่อมิอะไรมันคงจะดีขึ้น แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลย

ความใกล้ชิดกันบางครั้ง พอมันใกล้กันมากไป มันก็กลายเป็นความเหินห่าง เขาเพิ่งรับรู้ถึงข้อเท็จจริงข้อนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง บางครั้งคนเราเวลาอยู่ห่างไกลกันมากก็ใกล้ชิดกันมากกว่าเสียอีก อดีตที่เคยใกล้ชิดกันแต่ปัจจุบันกลับเหินห่างคงเป็นเช่นเดียวกันกับทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงที่เขารู้จักมานานแสนนานนั่นกระมัง

แต่เขายังคงมีความหวังว่าสักวันการเปลี่ยนแปลงจะนำสิ่งดีๆมาให้เขา บางครั้งการเปลี่ยนแปลงอาจจะพาเขาไปพบกับเรื่องราวใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆและเขาก็จะมีความทรงจำที่ดีใหม่อีกครั้ง มันฟังดูช่างง่ายดายเหลือเกินเมื่อเราพูด มันช่างดูง่ายดายเหลือเกินเมื่อเราคิด แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่เรียกว่าทฤษฎีย่อมง่ายกว่าการปฏิบัติจริงหลายเท่านัก เรารู้ว่าเราต้องทำยังไง ทุกอย่างเป็นภาพฉายอยู่ในหัว แต่เมื่อลงมือกระทำแล้วบางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ต่อให้เราอ่านตำราอาหารมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง นั่งดูรายการอาหารกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เราก็ไม่สามารถทำให้อาหารออกมาเช่นเดียวกับที่ปรากฏบนหน้ากระดาษหรือหน้าจอสี่เหลี่ยมนั่นได้เสมอไป

เขาชอบดูรายการอาหารและอ่านหนังสือทำอาหาร แต่เขาก็ไม่เคยทำให้อาหารออกมามีรูปร่างหน้าตาดังที่เขาปรารถนา รสชาติอาจะออกมาดี เพราะเขาปรุงตามที่เขาชอบ แต่มันก็ไม่ได้ออกมาเหมือนกับสิ่งที่เรียกว่า “ทฤษฎี” มีหลายอย่างที่เรารู้วิธีแต่เราปฏิบัติจริงไม่ได้ เช่นเดียวกับการตัดใจจากใครสักคน การจะลืมใครสักคน

“เราจะห้ามใจตัวเองได้แค่ไหน”

“ทำแบบนี้สิ จะได้เลิกคิดถึงเขาเสียที”

“หาอะไรทำเยอะๆสิ งานอะไรแบบนี้หามาทำเสียสิ จะได้ไม่ต้องคิดถึงเขา”

คำแนะนำต่างๆที่เขาเคยให้แก่คนอื่น แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่ามันยากที่จะปฏิบัติให้มันเกิดผลดังที่เขาหวังจริงๆ

“หากเราลองตั้งใจทำอะไรสักอย่างมันก็จะเห็นผล ถ้ายังไม่เห็นผลแสดงว่าเรายังพยายามไม่พอ”

เป็นประโยคที่ฟังดูสวยหรูจนน่าเชื่อถือ

แต่หลายๆครั้งพยายามจนเหนื่อย

จนท้อ

จนสิ้นเรี่ยวแรง

จนสูญเสียมากกว่าได้รับ     

จนแทบจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเขารักและหวงแหนมากที่สุด

สิ่งที่กำลังจะได้ตอบแทนกลับมามันคุ้มค่าที่จะพยายามต่อไปหรือเปล่า เขาไม่ได้ถามตัวเองด้วยคำถามนี้เป็นครั้งแรก อันที่จริงเขาถามตัวเองอยู่บ่อยครั้ง และหลายครั้งมันก็เหมือนจะไม่ไหว หลายๆอย่างเขาไม่อยากลุกขึ้นสู้ต่อไป เพราะเขามองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ทุกการกระทำรั้งแต่จะให้เกิดแต่ความสูญเสีย

            เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง เอามือปัดผมให้เข้าที่ เขาเปลี่ยนชุดใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น เขายิบกุญแจมอไซค์ โทรศัพท์และกระเป๋าตังค์มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ นาฬิกาบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนครึ่งแล้ว แต่เขาไม่ได้สนใจเท่าไร เขาขึ้นมอไซค์ของเขาและขับออกไปสักแห่งที่จะทำให้เขาสงบ

            สิบนาทีต่อมาเขาพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าบึงขนาดใหญ่ บริเวณรอบบึงมีลานกว้างๆโล่งๆ ริมบึงมีขั้นบันไดเอาไว้สำหรับประเพณีลอยกระทง ถึงแม้จะมืดสักเพียงใด ก็ยังคงมีแสงไฟจากหลอดไฟที่อยู่ห่างจากเขาไปเพียงไม่กี่เมตร ลมหน้าร้อนพัดมากระทบใบหน้าเขาอย่าแผ่วเบา บรรยากาศสงบๆของที่แห่งนี้ทำให้เขารู้สึกดีกว่าอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมของเขา การออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นเรื่องที่ควรทำบ่อยๆ เขานั่งลงตรงบันไดริมบึง สายตามองน้ำกระเพื่อมแบบไร้จุดหมาย

ตอนเป็นเด็กเขาชอบมองน้ำไหลเอื่อยๆ ทุกครั้งที่ฝนตกเขาชอบมองน้ำฝนที่ตกถึงพื้นค่อยๆไหลงลงท่อน้ำไป กลิ่นของดินตอนฝนตกคือสิ่งที่เขาชอบ ถ้าไม่นับเรื่องการไปไหนมาไหนลำบาก บรรยากาศแฉะๆแล้วล่ะก็ เขาก็รักฤดูฝน การมองน้ำทำให้จินตนาการเขาโลดแล่น แต่ทุกจินตนาการของเขาค่อยๆแคบลง เขาเริ่มเห็นความเป็นจริงมากขึ้น ตามอายุที่มากขึ้น เขาถูกความเป็นจริงทำร้าย จินตนาการในวัยเด็กค่อยๆสูญหาย หลายๆอย่างที่เคยเป็นที่พักพิงเขาเริ่มหายไป

เขาอ่านหนังสือน้อยลง

เขาชมภาพยนตร์น้อยลง

ความฝันหลายๆอย่างถูกทำลาย บางอย่างสามารถกอบกู้กลับคืนมา บางอย่างแม้กระทั่งเศษซากยังไม่มี โลกของเขาค่อยพังทลายลงอย่างช้าๆ บางครั้งเขาตั้งใช้ตัวช่วยสร้างโลกของเขาขึ้นมาใหม่

เขาต้องกลับไปอ่านสิ่งที่เขาเคยอ่าน

เขาต้องกลับไปชมในสิ่งที่เขาเคยชม

โดยความหวังของเขาคือเขายังต้องกอบกู้สิ่งที่เด็กคนนั้นตั้งความหวังเอาไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน หน้าที่ของเขาคือสานฝันของเด็กคนนั้นให้สำเร็จ

“ใช่แล้ว”

เขาพูดกับตัวเอง

“ทำไมเราต้องเอาเรื่องราวแย่ๆพวกนี้เข้ามาในชีวิตด้วยนะ”

เขาพูดกับตัวเอง

“เราต้องทำตามสิ่งที่เราพูดกับตัวเองเอาไว้เมื่อยังเป็นเด็กสิ”

เขาพูดกับตัวเอง

“เราจะทำในสิ่งที่เราต้องการทำให้สำเร็จ”

เขาพูดกับตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมๆกับความรู้สึกสบายใจที่เขาไม่ได้รู้สึกมาเป็นเวลานาน

“เรามีชีวิตต้องใช้ มีหนังสือที่อยากอ่าน มีหนังสือที่อยากเขียน มีหนังที่อยากดู มีหนังที่อยากทำ มีเพลงที่อยากฟัง มีเพลงที่อยากฟัง มีคอนเสิร์ติของศิลปินที่อยากดู มีความฝันที่ต้องตาม อย่าอยู่แต่กับเรื่องพวกนี้ ลงมือซะ”

เขาคิดได้ดังนั้น เขาก็ขับมอไซค์คู่ใจกลับห้องสี่เหลี่ยมแสนน่าเบื่อที่เขารู้สึกว่าเขาจะทำให้มันไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เขารู้ว่าการจะทำอย่างนั้นมันยากแต่บางครั้งการลองเสี่ยงทำดูมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ

 

edit @ 16 Apr 2014 23:27:21 by Green_Kheaw

Comment

Comment:

Tweet