Mary is happy, Mary is happy. บอกเล่าเรื่องราวของเด็กสาววัยรุ่นคนนึงที่มีเนื้อหามาจากทวิตเตอร์ทั้ง 410 ทวิตของเธอ ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวประหลาดๆที่วัยรุ่นทั่วไป(คงได้)พบเจอ(บ้าง) ทั้งเรื่องโรงเรียน คนที่มาชอบ คนที่แอบชอบและงานที่ทำ ทั้งหมดนี้อยู่ในหนังไม่ธรรมดาที่สรรค์สร้างโดยพี่เต๋อ นวพล  จบ.

 

                Mary is happy, Mary is happy. เป็นหนังที่บอกเลยว่า เป็นหนังที่อยากดูมานาน ไม่ใช่เพราะตัวอย่างหนัง ไม่ใช่เพราะอะไรทั้งสิ้น แต่มันมาจากความต้องการส่วนตัวที่อยากดูหนังแบบนี้มานานแล้ว หนังที่อินดี้โคตรๆ อยากทำอะไรทำ แปลกประหลาดแค่ไหนไม่แคร์ แต่เข้าถึงง่าย หนังไม่ได้อินดี้จนเข้าใจยากอะไร หนังมันยังสามารถสื่อสารกับคนดูกลุ่มใหญ่ได้ เหมือนกับทวิตเตอร์ที่หลายๆคนเล่น(คนเขียนก็เล่น) เราพูดถึงอะไรบางอย่างที่เราเข้าใจของเราคนเดียว แต่ก็ยังมีคนเข้าใจในสิ่งที่เราเอามาระบายลงทวิตเตอร์ได้ คนที่เล่นทวิตเตอร์ต้องพ่นคำต่างๆให้คนเข้าใจให้ได้ใน 140 ตัวอักษร แต่นั้นก็แล้วแต่คนอีกเหมือนกันว่าจะเข้าใจตรงกันแค่ไหน อ่านมาถึงตรงนี้คงจะงง ใช่ คนเขียนก็งง แต่ช่างเหอะ

                สิ่งที่ตัวละครอย่างแมรี่ทำในหนังมันอาจจะดูประหลาด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกสิ่งที่เธอทำมันเกิดขึ้นในหัวเรา มันอาจจะรู้สึกดีมากๆก็ได้ถ้าเราได้ลองยิงปืนขึ้นฟ้าหรือตะโกนออกมาดังๆ บวกกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเรื่อง ซึ่งบางอย่างมันดูบ้ามากแต่มันก็เหมือนมันเกิดขึ้นในชีวิตเรามาก่อน เอาเรื่องง่ายๆแค่เรื่อง”การศึกษา”แล้วกัน สิ่งที่แมรี่เผชิญในเรื่องมันอาจจะดูเกินจริง แต่หากมองไปลึกๆแล้วนี่คือสิ่งที่นักเรียนทุกคนกำลงเผชิญ เรากำลังเผชิญกับการห้ามตั้งคำถามในสิ่งที่เราเรียน หนังไม่ได้บอกมาตรงๆว่าวิชาอะไร แต่หนังยกตัวอย่างมาให้อย่างเช่น ศึกษาประวัติ ผอ.โรงเรียน มันอาจจะฟังดูขำๆแต่เมื่อมองเปรียบเทียบกับการศึกษาในปัจจุบันแล้ว มันก็ไม่ได้ต่างอะไร ถ้าคุณถามว่าทำไมต้องเรียนประวัติของ ผอ.โรงเรียน มันก็เหมือนกับการที่นักเรียนหลายๆคนถามว่าเราจะเรียนเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปทำไม แต่คำตอบที่เราได้กลับมาคือ “เขาคิดหลักสูตรกันมาแบบนี้มันคงจะมีประโยชน์จริงๆ” และการทำตามกฎระเบียบที่ปิดกั้นอะไรหลายๆอย่าง ทุกอย่างทำตามแบบฟอร์ม จนแมรี่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมา เราต้องนับถือถือศาสนานั่นนี่ เราต้องชื่อนั่นนี่ มีอะไรบ้างที่เป็นตัวตนของเราเองจริงๆ” เราเดินทวนกระแสก็จริง แต่นั่นเป็นตัวตนของเราจริงๆเหหรอ หรือต่อให้เรามีไอเดียอะไร อยากทำอะไรออกมาในรูปแบบของตัวเอง แต่เราโดนคนรอบข้างสั่งห้ามว่ามันไม่ถูกต้อง เราก็ต้องทำตามเพราะมันเป็นสิ่งที่สังคมนิยมจนเราสูญเสียความเป็นตัวเองไปในที่สุด

                โดยส่วนตัวมองว่าหนังเรื่องนี้พูดเน้นหนักถึงการสูญเสียอะไรหลายๆสิ่งเพราะสภาพแวดล้อม มาถึงตรงนี้ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้คุณที่กำลังอ่านนี้อยู่ยังไงให้เข้าใจ แต่ต้องพูดเลยว่าสิ่งที่แมรี่เป็น สิ่งที่แมรี่ทำ มันล้วนเป็นสิ่งที่คนเขียนผ่านมาแล้วทั้งนั้น (แต่ไม่เคยไปยิงปืนขึ้นฟ้านะ ไม่ใช่อะไร หาซื้อไม่ได้) ทุกคนย่อมผ่านช่วงที่เสียศูนย์ รู้สึกว่าขาดความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มั่นคงและบางครั้งรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไร้สาระ แต่มันก็เกิดขึ้นกับทุกคน หนังเรื่องนี้อาจจะดูเกินจริง แต่ในฐานะคนที่เล่นทวิตเตอร์คนนึงก็พูดได้เลยว่าในหัวเรามันก็เป็นอะไรแบบนี้แหละ

จบ.

 

Comment

Comment:

Tweet